ลดสถิติอุบัติเหตุลงได้แน่ แค่ลิมิตความสนุกให้พอดี

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นับเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่ครองแชมป์สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สู๊งงงง..เป็นพิเศษ กี่ปีมาแล้วที่เราต้องรับฟังการรายงานข่าวความสนุกสนานรื่นเริงของประชาชนในท้องที่ต่างๆ สลับกันไปกับตัวเลขยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนและทุกจังหวัด ต่างก็มีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำทุกปี แต่สถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตก็ยังเกิดขึ้นไม่หยุดเหมือนเทศกาล

คุณสิทธิชัย ใจสงบ หรือ “พี่เจมส์” ของน้องๆหน่วยกู้ภัยบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้รับผิดชอบพื้นที่ที่จัดว่าเป็นเส้นทางสายหลักของผู้สัญจรภาคใต้ ได้บอกเล่าประสบการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุบนท้องถนนที่เรียกว่าช่วงเทศกาล 7 วันอันตรายนั้นต้องเตรียมรับเคสแทบทุกนาทีเลยทีเดียว

“ผมทำงานอาสามาเป็นสิบปี ประสบการณ์ตรงที่ผมได้รับกับตัวเองก็คือ การจัดเก็บสถิติของแต่ละพื้นที่ ก็มีผลต่อการแก้ปัญหาได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างถนนในพื้นที่มีจุดเสี่ยงที่โค้งเขาโพธิ์ ที่มีความโค้งขึ้นเขา ช่วงนอกเทศกาลมีรถผ่านมากกว่า 1,000 คัน รถเยอะ ถนนลื่น เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก มีครั้งหนึ่งฝนตกใหม่ๆ วันนั้นรถลงข้างทาง 20 กว่าราย เห็นตัวเลขขนาดนี้เราทำงานแบบเดิมไม่ได้แล้วแหล่ะ เลยเป็นที่มาว่า เราทำงานกับสถิติเพื่อแก้ปัญหา โดยเลือกจำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุทุกเคสไปทำงานกับแขวงการทางฯ ใครเห็นก็ต้องร้องโอ้โห! กันเลย หลังจากนั้นก็ได้ทำการแก้ไขถนน ติดป้ายเตือนให้เด่นชัดขึ้น รณรงค์ให้คนระวังมากขึ้น เห็นผลทันตา สถิติลดลงเป็นสิบเท่า จากหน้าฝนปีก่อนหน้านั้นเกิดเหตุ 60 ครั้ง พอปีต่อมากลับลดเหลือแค่ 6 ครั้ง”

จากประสบการณ์ทำงานที่ต้องรับมือกับการเดินทางในช่วงเทศกาล พี่เจมส์ ให้ข้อคิดว่า เทศกาลจะเป็นช่วงเวลาที่คนเต็มไปด้วยความสุข ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงได้กลับมาเจอกัน พอ “ต่อมความสุข” ทำงาน “ต่อมความระวัง” จะลดลงโดยอัตโนมัติเสมอ

“เจอทุกสงกรานต์ครับ ขับรถประมาทมากขึ้น เคยขับออกจากซอยต้องดูซ้ายขวาก่อนก็จะลืมดูพุ่งพรวดออกมา เคยขับช้าก็จะขับเร็ว เคยตั้งสติกลัวชนกลัวเฉี่ยวก็จะลืมตัว เคยค่อยๆข้ามถนนก็จะกลายเป็นรีบ เพราะทุกคนกำลังสนุก มีความสุขมาก พอสุขมากๆพีคๆไม่มีใครคิดถึงความตาย เรื่องอันตราย ภัยบนถนนหรอกครับ มันลืมไปชั่วขณะ แล้วสิ่งที่ตามมาคือ แค่ช่วงวินาทีเดียว จากสุขสุดๆก็จะกลายเป็นเศร้าสุดๆให้เราเห็นเสมอ ผมอยากบอกว่าทำหน้าที่ช่วงสงกรานต์มาเป็นสิบปี เหตุเหล่านี้มาจากแค่สองปัจจัยเลยครับ เมา กับ ประมาท”

สุดท้ายแล้ว การป้องกันไว้ก่อนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด คือทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา เพราะต่อให้ถนนดี รถสมรรถภาพยอดเยี่ยม ภูมิอากาศดี ฯลฯ แต่สุดท้ายคือถ้าคนขับประมาท ขับเร็ว ขับด้วยความมึนเมา คึกคะนอง หรือใจลอย ขาดสติ ฯลฯ ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

“พฤติกรรมของคนนี่ล่ะคือสิ่งที่ต้องแก้ไขมากเป็นพิเศษ แถมแก้ยากกว่าปัจจัยอื่นเสียอีก ไปดูอุบัติเหตุที่เกิดจะพบว่า ถนนสายรอง ถนนตามชุมชน เกิดเหตุมากกว่าถนนสายหลักเสียอีก เพราะคนขับคิดว่า นิดเดียวเอง ไม่ต้องสวมหมวกก็ได้ ไปใกล้ๆแค่นิดเดียวถนนแถวบ้านเราเอง สบาย ขับประจำชินทางแล้ว ก็เลยประมาท บางทีรถล้มหัวกระแทกพื้น ก็ใช้คำว่านิดเดียวเองเหมือนกัน แต่กลับถึงขั้นพิการ หรือเสียชีวิตไปเลย

ล่าสุดกรณีของคุณแม่ท่านหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งลูกตอนเช้า แต่ก็ไปโดนรถคันอื่นที่วิ่งมาเร็ว ถนนลื่นเบรคไม่อยู่ ชนมอเตอร์ไซค์กระเด็นไป คนขับรถที่มาชน อาจจะคิดว่า ขอขับเร็วนิดเดียวเอง แต่ทำให้คุณแม่บาดเจ็บส่วนเด็กที่ซ้อนท้ายมาต้องโดนตัดขาทิ้ง น้องเขายังเรียนประถมอยู่เลย ซึ่งเรื่องน่าเศร้าแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าทุกคนเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าอย่าประมาท ต้องมีสติทุกนาทีที่ใช้รถใช้ถนน”

“นิดเดียวก็ไม่ได้” เพราะเรากำลังพูดถึงชีวิตของคนที่เรารัก ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ต้องเตือนตัวเองเสมอว่า จะทำยังไงให้ตัวคุณและคนที่คุณรัก ไม่ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของสถิติอุบัติเหตุ คือประโยคสุดท้ายที่พี่เจมส์ฝากมาถึงทุกคนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทุกคนก็สามารถช่วยกันลดสถิติอุบัติเหตุจราจรได้นะครับ รักษาวินัยจราจร ดื่มไม่ขับ สงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สนุกดอทคอม