ลูกอ่านเขียนไม่ได้

จากข้อมูลที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุไว้ คือ สถานการณ์การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ปี 2555 ว่า เด็ก ป.1 อ่านไม่ออก 5.71% เขียนไม่ได้ 7.63% ซึ่งหากดูจากตัวเลขนี้หลายคนอาจะคิดว่าไม่มาก แต่หากมองในภาพกว้างการที่เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรืออ่านไม่เข้าใจ จะส่งผลถึงความสามารถและทักษะของเด็กเมื่อโตขึ้นได้ ทั้งความสามารถด้านการเรียนรู้ ความฉลาด/ความรอบรู้ทางสุขภาพ ที่เรียกว่า Health literacy ซึ่งนั่นไม่ได้หมายถึงแต่เฉพาะตัวเด็กเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง และยังจะมีผลถึงการพัฒนาประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากทราบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ และมีการเตรียมความพร้อมสามารถแก้ปัญหาได้แน่ ดร.วิภา ตัณฑุลพงษ์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กรุงเทพมหานคร ให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า ก่อนอื่นอยากเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องหันมาให้ความสนใจ รอยเชื่อมต่อของการเรียนรู้ ของเด็กแต่ละระดับชั้น โดยเฉพาะระดับอนุบาลที่จะขึ้นไปสู่ชั้นประถมศึกษา เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยของการเปลี่ยนการเรียนรู้ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการเรียนรู้แบบบูรณาการไปสู่การเรียนเป็นราย วิชา ต้องเรียนรู้เรื่องการรับผิดชอบด้วยตนเอง เรียนรู้การมีสมาธิ เรียนรู้เรื่องการจำ เรียนรู้เรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วงสัปดาห์แรกของระดับประถมศึกษา ครูประถมศึกษาถือว่า เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะต้องให้ความใส่ใจเรื่องการปรับตัวของเด็ก การอยู่ร่วมกัน การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การนั่งโต๊ะเก้าอี้ […]

อาหารเสริมเด็ก

การให้อาหารเสริมมีจุดมุ่งหมายเพื่อชดเชย พลังงานและสารอาหารจำเป็นที่อาจจะพร่อง ไป เพื่อให้เด็กได้คุ้นเคยกับอาหาร ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมตามวัย เป็นการฝึกให้เด็กมีนิสัยการกินที่ดีและถูกต้อง

ดูแล “ดวงตา” ในยุคดิจิทัล

“ดวงตา” เป็นอวัยวะที่สำคัญอวัยวะหนึ่งของร่างกายเรา แต่ละคนมีกันคนละคู่เท่านั้น ในแต่ละวันเราต้องใช้ดวงตาในการทำกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ทำให้ดวงตาของเราต้องรับบทหนักตลอดทั้งวัน ดูแล “ดวงตา” ในยุคดิจิทัล thaihealth ยิ่งโลกปัจจุบันที่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเรา อย่างแทบจะขาดไม่ได้ เราสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ซึ่งจากข้อมูลปี 2559 พบว่าจากประชากรทั้งหมด 68 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 38 ล้านคน คิดเป็น 56% ของประชากร และมีผู้ใช้ Social Media ทั้งสิ้น 38 ล้านคน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เราใช้สายตามากกว่าปกติ จนอาจทำให้เป็น “โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” “โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ รวมถึงการอ่านหนังสือนานๆ โดยไม่พักสายตา จนทำให้กล้ามเนื้อตาล้า หรือการนั่งในท่าหนึ่งนานๆ ไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย ซึ่งโรคนี้พบมากในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เนื่องจากคนกลุ่มนี้ใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เกือบตลอดเวลา ทั้งทำงาน เล่นเกม และ แชต อาการ

5 โรคง่าย ทำอ่อนเพลียเรื้อรัง

หนุ่มสาววัยทํางานมีอาการ อ่อนเพลียเรื้อรัง กันมากขึ้น หลายคนลองปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตตามแนวทางชีวจิตแล้ว แต่อาการเดิมๆ ยังคงอยู่ ฉะนั้นลองเช็กสาเหตุที่คุณอาจคิดไม่ถึงดังต่อไปนี้ดูค่ะ โรคไทรอยด์ อาจเป็นโรคไทรอยด์ได้ทั้งแบบไฮเปอร์ไทรอยด์ และไฮโปไทรอยด์ เพราะล้วนแต่ทําให้มีอาการอ่อนเพลียทั้งสิ้น โรคเบาหวาน การป่วยเป็นโรคเบาหวานมักทําให้อ่อนเพลียเรื้อรัง ฉะนั้นหากคุณรู้สึกเฉื่อยชา เซื่องซึม ไม่มีชีวิตชีวา บวกกับมีอาการตาพร่ามัว และปัสสาวะบ่อย ควรไปตรวจหาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากปัจจุบันออกกําลังกายแล้วเหนื่อยง่ายกว่าแต่ก่อน นั่นอาจบ่งบอกว่าโรคหัวใจกําลังถามหา เพราะอาการอ่อนเพลียเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ โดยเฉพาะในผู้หญิง

เผยเคล็ดลับ ‘สูงสมวัย’ ได้ไม่ยาก

กรมอนามัย เผยเคล็ดลับ ‘หญิง-ชาย’ ยุคใหม่ ‘สูงสมวัย’ ได้ไม่ยาก หนุน 3 กลยุทธ์ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน อายุ 6 ปี จนถึง 14 ปี ให้แข็งแรงและฉลาด นพ.ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการส่งเสริมเด็กไทยยุคใหม่เติบโตสมวัย สูงดีสมส่วน ไม่อ้วนผอมเตี้ย ว่า กรมอนามัย ได้กำหนดกลยุทธ์ในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน อายุ 6 ปี จนถึง 14 ปี ให้แข็งแรงและฉลาด 3 กลยุทธ์คือ 1.พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 2. พัฒนาองค์ความรู้และวิจัย และ 3.ส่งเสริมสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กวัยเรียน เพื่อให้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพและมีทักษะสุขภาพ โดยมีเป้าหมาย 3 ระยะ คือ ปี 2560 เด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน ร้อยละ 66 ปี 2564 เด็กอายุ 12 ปี […]

ผักผลไม้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ

เชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนคงอยากจะมีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน ทั้งกล้ามแขน กล้ามหน้าท้อง หรือว่ากล้ามขาล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจจากฝ่ายตรงข้ามได้ดีนัก บางคนจึงไปสรรหาอาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อมาบำรุงกันยกใหญ่ แต่ก็คงยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าผักผลไม้อาหารที่ได้จากธรรมชาตินี่แหละที่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดีไม่แพ้อาหารเสริมเหมือนกัน เอาล่ะเอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่รู้ว่ามีผักผลไม้ชนิดใดบ้าง วันนี้เราได้คัดสรรมาให้คุณแล้ว ถ้ารู้แล้วอย่าลืมหามารับประทานกัน